เพิ่มพลังชีวิตด้วยการคิดบวก



เพิ่มพลังชีวิตด้วยการคิดบวก

เพิ่มพลังชีวิตด้วยการคิดบวก

ชีวิตที่ดีขึ้นอยู่กับทัศนคติที่ดี และมุมมองชีวิตที่เป็นบวก

ธรรมชาติของมนุษย์มักจะแสวงหาความสุขในชีวิตอยู่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่เพียงใด ก็ยังปรับตัวและหาทางอยู่รอดเพื่อความสุขในการดำรงชีวิตได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสร้างความสุขให้ตัวเองได้เสมอไป ขึ้นอยู่กับทัศนคติและมุมมองการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน

บางคนอาจตื่นมาตอนเช้าด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เริ่มต้นทำงานก็รู้สึกท้าทาย และอยากเริ่มทำอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ อยากสร้างสรรค์ผลงานตัวเองให้กลายเป็นจริง แม้เจอปัญหาก็คิดว่า เป็นเรื่องปกติธรรมดาและพร้อมที่จะแก้ไขให้เร็วที่สุดเพราะความคิดเป็นบวกทำให้พร้อมรับมือกับทุกอย่าง

ตรงกันข้ามกับบางคนที่ตื่นนอนขึ้นมาด้วยความเหี่ยวเฉา เพราะยังค้างคากับปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต เมื่อเริ่มทำงานก็รู้สึกท้อถอย นั่งประชุมก็รู้สึกไม่สบายตัว จะเดินทางไปที่ใดก็รู้สึกว่าไม่สะดวก ทำให้เรียนหรือทำงานไม่เต็มที่ จะลงมือทำอะไรก็ดูจะผิดหวังไปเสียหมด เพราะความคิดลบที่ทำให้ทุกอย่างดูย่ำแย่ไปเสียหมด

ผมเชื่อว่าโลกนี้ไม่มีคำว่า “ผิดหวัง” จะมีก็แต่คนที่สร้างความผิดหวังให้กับตัวเองเท่านั้น เพราะชีวิตที่ดีขึ้นอยู่กับทัศนคติที่ดี และมุมมองชีวิตที่เป็นบวก หากเราเป็นคนคิดลบเมื่อเจอปัญหาและอุปสรรคก็มักจะยอมแพ้เพราะคิดว่าเป็นโชคชะตาจนท้อถอยไปเอง

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้งเปิดกว้างให้ทุกคนอย่างเสมอภาคกัน เพียงแต่คนคิดบวกจะใช้สถานการณ์นั้นให้เป็นโอกาสตัวเองด้วยความมั่นใจ หากเจอปัญหาก็เชื่อว่าจะมีทางออกเสมอ พร้อมมีพลังในการลุยงานเต็มร้อย ในขณะที่คนคิดลบจะเห็นว่าเป็นอุปสรรคและไม่พยายามทำให้สำเร็จและยังรู้สึกเหน็ดเหนื่อยตลอดเวลาเพราะความคิดลบของตัวเอง

ฟังดูเหลือเชื่อที่คนคิดบวกจะมีพลังงานชีวิตในการจัดการปัญหาต่างๆ ได้ดีกว่าคนคิดลบ แต่วิทยาศาสตร์ก็สามารถอธิบายเรื่องดังกล่าวได้ทะลุปรุโปร่ง เพราะความคิดบวกจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเคมีหลายตัว ที่ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย พึงพอใจ ลดความเจ็บปวด ทำให้มีพลังงานมากว่าคนทั่วไป เช่น โดปามีน เอ็นดอร์ฟีน เซโรโทนิน ฯลฯ

คนคิดบวกจึงไม่ได้เข้มแข็งเพียงกำลังใจ แต่รวมถึงกำลังกายที่มีมากกว่าคนคิดลบ แม้จะป่วยเป็นโรคร้ายแรง ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมากมายว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามหากมีกำลังใจดีและคิดบวกอยู่เสมอก็สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติแม้ว่าแพทย์ จะวินิจฉัยว่าอยู่ได้อีกเพียงไม่กี่ปีก็ตาม

ตรงกันข้ามกับคนที่เป็นมะเร็งในระยะแรก แต่กลับตื่นกลัว และหวาดวิตกเพราะคิดลบว่าตัวเองทำไมต้องเป็นโรคนี้ ทำไมแพทย์ตรวจไม่เจอก่อนหน้านี้ ทำไมออกกำลังกายทุกวันแล้วยังเป็น ฯลฯ สุดท้ายก็จมอยู่กับความทุกข์จนร่างกายย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ และรู้สึกว่าความทรมานจากการรักษาก็ผ่านไปอย่างเชื่องช้า ซึ่งสุดท้ายก็มักมีอาการทรุดลง และเสียชีวิตในระยะเวลาไม่นาน

การไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายาม และทำให้อนาคตของเรามีความหวังขึ้นมาทันที ความหวังเหล่านั้น เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในการเอาชนะโรคร้าย ความสำเร็จในหน้าที่การงานหรือความสำเร็จในชีวิตครอบครัว

ความคิดบวกจึงเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง และคนทุกคนก็สามารถสร้างความคิดบวกนี้ให้เกิดขึ้นในตัวเองได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ยกเว้นว่าเป็นโรคบางประการที่ทำให้สมดุลทางเคมีในสมองไม่ปกติ ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการรักษาเพื่อปรับสมดุลทางเคมีเสียก่อน

แต่โดยทั่วไปแล้ว ทักษะการคิดบวกเป็นสิ่งจำเป็นและสร้างให้เกิดขึ้นในใจเราได้เสมอ ขอเพียงเปิดใจรับความคิดใหม่ๆ จากผู้คนรอบข้าง และเปลี่ยนมุมมองทางความคิดให้ยืดหยุ่นและมีความเชื่อมั่นในตัวเองเพิ่มขึ้นเท่านั้น

ที่มาbangkokbiznews

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น